Home / work / All Thai Taxi เปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ Smart Life ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Things ที่นำมาแสดงเอาไว้ในงาน Commart 2015
21 เมษายน, 2015

All Thai Taxi เปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ Smart Life ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Things ที่นำมาแสดงเอาไว้ในงาน Commart 2015

หนึ่งในข่าวล่าสุดที่ทำให้หลายคนตื่นเต้นและตั้งตารอผ่านทางสื่อต่างๆ ก็คือ “นครชัยแอร์” ได้เปิดตัวบริการแท็กซี่ในฝันรูปแบบใหม่ “All Thai Taxi” ยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมการเรียกใช้ผ่านแอพพลิเคชันหรือโทร 1624 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

สิ่งที่น่าตื่นเต้นนั้นไม่ใช่เรื่องของรถแท็กซี่ใหม่ของ All Thai Taxi ที่ให้บริการด้วยรถโตโยต้าพรีอุสซึ่งเป็นระบบไฮบริดเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่า นั่นก็คือเทคโนโลยีที่อัดแน่นอยู่ในรถคันนี้ ด้วยการนำเอา Internet of Things มาใช้ในแง่มุมของธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก

จะว่าไปแล้วเรื่องของการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ผ่านทางแอพพลิเคชันนั้นวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่หากพูดถึงเรื่องของการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่ที่มีการเชื่อมการทำงานของอุปกรณ์และระบบจัดการการขนส่งด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น นับว่าเป็นระบบแรกๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเลยทีเดียว รศ.ดร.เอกชัย สุมาลี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ออกแบบและพัฒนาระบบการทำงานของ All Thai Taxi ออกความเห็นว่า “ถ้าพูดถึงระบบบริหารจัดการระบบขนส่งโดยเฉพาะรถแท็กซี่ ณ วันนี้ ต้องถือว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน โดยที่ระบบของ All Thai Taxi นั้นจะไม่ใช่แค่ระบบเรียกแท็กซี่ผ่านแอพ แต่ภายใต้ระบบนี้เราได้พัฒนาให้ทั้งระบบสามารถบริหารจัดการในภาพรวมทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง Internet of Things หรือ IoT มาใช้”

รศ.ดร.เอกชัย อธิบายต่อว่า “ในฝั่งของผู้ใช้บริการอาจจะเห็นว่าความสามารถของแอพพลิเคชันสำหรับการใช้บริการก็อาจจะเหมือนกับทั่วๆ ไปที่มีอยู่ หากแต่ว่าระบบของ All Thai Taxiในฝั่งของระบบจัดการหลังบ้านนั้นเป็นเรื่องของบริหารจัดการภาพรวมของทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดเส้นทางให้กับผู้ขับในการไปรับผู้โดยสารตามลำดับคิวต่างๆ โดยที่ระบบหลังบ้านของเราจะคอยบริหารให้รถแต่ละคันนั้นให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อประโยชน์ทั้งในเรื่องของการบริหารต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังสามารถบริหารจัดการรถทั้งหมดทั้งในเรื่องของการเปลี่ยนกะเวลาทำงาน รวมถึงการเติมเชื้อเพลิงต่างๆ ซึ่งระบบทั้งหมดจะสามารถบริหารจัดการและตรวจสอบให้รถทุกคันในระบบนั้นสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

และอีกหนึ่งของสิ่งที่ทำให้ระบบจัดการนี้ล้ำกว่าระบบอื่นๆ ก็คือ รถของ All Thai Taxi ทุกคันจะมีการติดตั้งอุปกรณ์ภายในรถยนต์ที่เชื่อมต่อเข้าหากัน ในการทำงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่พฤติกรรมการขับของพนักงานขับรถ การจอดรับผู้โดยสาร ตำแหน่งต้นทางปลายทางและเส้นทาง ณ ปัจจุบัน โดยที่ทั้งหมดจะเชื่อมเข้าหาอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็น Gateway ที่ทำหน้าที่ทั้งการประมวลผลต่างๆ ส่วนหนึ่งคือการรับข้อมูลจากทั้งศูนย์ข้อมูลที่ส่งผ่านทางเครือข่ายไร้สาย ที่ทำการประมวลผลแล้วส่งไปยังอุปกรณ์แท็บเล็ตที่แสดงปลายทางที่พนักงานขับต้องไปรับผู้โดยสาร

หรือจะเป็นการรับข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ บนรถยนต์ เช่น มิเตอร์ ที่เมื่อพนักงานเริ่มกดเพื่อเริ่มการเดินทางหรือกดเมื่อถึงปลายทาง Gateway นี้จะทำหน้าที่รับข้อมูลแล้วประมวลผลพร้อมส่งกลับไปยังศูนย์กลาง แถม Gateway ตัวเดิมนั้นยังเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ส่วนกลางของตัวรถยนต์ หรือที่เรียกว่า ECU ซึ่งในรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง พรีอุส นั้นเป็นระบบ OBDII ซึ่งข้อมูลทุกอย่างของตัวรถไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็ว การใช้พลังงาน ความเร็วต่างๆ จะถูกส่งออกจาก ECU ไปประมวลผลและเก็บไว้ที่ Gateway และส่งกลับไปที่ศูนย์กลางเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นแล้ว Gateway ตัวเดิมจะมีหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังป้ายบนหลังคาในการแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็ว หรือบอกว่ารถว่างหรือถูกจองแล้ว เป็นต้น

รศ.ดร.เอกชัย บอกว่า “ระบบนี้จะช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการ และตรวจสอบการขับของพนักงานขับได้ เราสามารถตรวจสอบได้แม้กระทั่งว่า พนักงานแต่ละคนนั้นขับรถกระชากหรือนิ่มนวลเพียงใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเก็บมาใช้ประเมินการขับของแต่ละคนใช้เป็นคะแนนในการให้เงินโบนัสในแต่ละเดือน ด้วยความที่พนักงานขับของ All Thai Taxi จะเป็นพนักงานกินเงินเดือน นอกจากเงินเดือนและส่วนแบ่งแล้ว เขาจะมีโบนัสพิเศษจากคะแนนเหล่านี้”

รศ.ดร.เอกชัย ยังเสริมอีกว่า “ระบบของ All Thai Taxi ถือเป็นกรณีศึกษาในการนำเอา IoT มาใช้ในแง่ของธุรกิจที่ชัดเจน หากเป็นเมื่อก่อนการทำแบบนี้คงต้องพัฒนากันด้วยเวลาและเงินจำนวนมาก แต่เมื่อทุกวันนี้อุปกรณ์หลายอย่างสามารถเชื่อต่อกันได้ง่ายขึ้นด้วย IoT ก็อยู่ที่ว่าใครจะสามารถนำเอาไปปรับเข้ากับแนวคิดในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

วิธีเรียกใช้ All Thai Taxi
สำหรับผู้ใช้บริการ ง่ายๆ เพียงคุณมีแอพพลิเคชัน All Thai Taxi (ณ วันที่บทความนี้ตีพิมพ์ผู้ใช้บริการทั่วไปอาจจะดาวน์โหลดกันได้แล้ว) ซึ่งก็คล้ายกับแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่มีให้บริการ โดยคุณต้องกำหนดต้นทางและปลายทางที่จะไป จากนั้นระบบจะทำการแจ้งกลับมายังแอพพลิเคชันว่า รถที่จะมารับนั้นทะเบียนและชื่อพนักงานผู้ขับ และยังสามารถตรวจสอบได้ว่ารถคันนั้นอยู่ห่างจากคุณแค่ไหน และที่สำคัญผู้โดยสารยังสามารถระบุได้ว่าอยากได้พนักงานขับเป็นผู้หญิง

เมื่อผู้ใช้ส่งข้อมูลไปยังระบบแล้วศูนย์กลางระบบจะทำการประมวลผลและส่งงานไปยังรถคันที่ใกล้กับผู้โดยสารที่เรียกมากที่สุด โดยที่ระบบจะส่งคิวงานไปยังรถแท็กซี่ไปพร้อมกันทั้งหมด 4 คิวงาน โดยจัดสรรจากต้นทางและปลายทางที่แท็กซี่แต่ละคันถูกเรียกใช้งาน โดยระบบนี้จะประมวลผลทำให้เส้นทางของการใช้บริการนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

สำหรับพนักงานขับรถ เมื่อเข้าทำงานและเปิดระบบพร้อมทำงานแล้วจะมีการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สายเข้ามายัง Gateway เมื่อประมวลผลแล้วเส้นทางการทำงานนั้นจะปรากฏบนจอด้านหน้าของพนักงานขับรถ โดยจะมีทั้งแผนที่เส้นทางในการไปรับผู้โดยสารและพนักงานขับสามารถโทรติดต่อผู้โดยสารได้ทันทีเมื่อถึงที่หมาย

กลับมาที่มือถือของผู้โดยสาร เมื่อพนักงานขับรถมาถึงจะมีการแจ้งผ่านทางแอพพลิเคชัน และในขณะเดินทางผู้โดยสารสามารถแชร์ข้อมูลต่างๆ เช่น เส้นทาง ชื่อพนักงานขับไปยังญาติมิตร อีกทั้งยังสามารถให้คะแนนการให้บริการของพนักงานแต่ละคนได้ทันที ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าจะมีการกลั่นแกล้งได้เพราะระบบสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลการขับจริงของพนักงานแต่ละคน

ทั้งหมดเป็นเพียงต่ออย่างของการนำเอา Smart Devices มาเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ Smart Life ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet of Things ที่นำมาแสดงเอาไว้ในงาน Commart 2015 ยังมีอุปกรณ์อีกมากที่มีอยู่และกำลังจะมาถึง อยู่ที่คุณแล้วว่าจะรับมือกับมันอย่างไร ด้วยการนำมาใช้อย่างเกิดประโยชน์ได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพอสูงสุด

 

ใส่ความเห็น